วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

EP11: คนอบอุ่น?


EP11: คนอบอุ่น?




         คนอบอุ่นในสายตาเพื่อนๆคือคนแบบไหนเหรอคะ?
         ใจดี ยิ้มสวย เข้าอกเข้าใจ หรือแค่เป็นคนตัวอุ่นธรรมดาๆ
         หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่า แหนะ...เกริ่นแบบนี้ ต้องการจะพูดถึงอะไรกันแน่ นี่จะอัพบล็อกเรื่องภาษาญี่ปุ่นหรือสเป็คคนในฝันกันแน่เนี่ย...ชะอุ่ยยย
         เอาล่ะ อย่าได้สงสัยไปเลยนะคะ  ยังไงก็ต้องพูดเรื่องภาษาญี่ปุ่นสิจ๊ะภาษาญี่ปุ่น แฮะๆ

         วันนี้ มนุษย์ต่างดาวมีคำศัพท์จากดาวภาษาญี่ปุ่นที่น่าสนใจมานำเสนอกัน นั่นก็คือคำว่า

          "คนอบอุ่น"

          เรื่องมันมีอยู่ว่า ระหว่างทำการบ้าน เกิดมีความจำเป็นต้องเขียนคำว่า 'คนอบอุ่น' ลงไปเป็นภาษาญี่ปุ่น เอาล่ะ...อบอุ่นมันก็คือ あたたかい ไง ดังนั้นคำว่า คนอบอุ่นมันก็ต้องเป็น あたたかい人 แน่นอนอยู่แล้น เรื่องแบบนี้ง่ายยิ่งกว่าแช่แป้ง

          พอลองเสิร์ชคำว่า あたたかい人 ลงในกูเกิ้ลเพื่อเช็คดู ก็พบว่าใช้แบบนั้นจริงๆ แต่ปัญหาจะไม่บังเกิดให้มาเขียนบล็อกเลยถ้าคนญี่ปุ่นไม่ใช้ทั้งคำว่า 温かい人 และ 暖かい人 ปนกัน...!

          ชะอ้าว...เอเลี่ยนงงแล้ว ตกลงใช้คันจิตัวไหนกันแน่ล่ะทีนี้??

          อย่างที่เราเคยเรียนกันมาว่า ความแตกต่างของคันจิ 温かい กับ 暖かい คือ ตัวแรกจะใช้กับสิ่งของที่มีอุณหภูมิอุ่น เช่น 温かいスープ ในขณะที่ตัวหลังใช้กับสภาพอากาศ เช่น 今日は暖かい เอ...ทีนี้พอมาเป็นคน ที่ไม่ถือว่าเป็นทั้งสิ่งของและสภาพอากาศล่ะ จะใช้คันจิตัวไหนกัน?

          จากที่สังเกตการใช้ของคนญี่ปุ่น พบว่ามีการใช้ทั้ง 手の暖かい人、彼は心の温かい人 บางกรณีหนักเข้าไปใหญ่ เพราะมีการอธิบายว่า 温かい人 หมายถึง คนที่สามารถเยียวยาจิตใจผู้อื่น ในขณะที่ 暖かい人 จะหมายถึง คนที่สามารถเพิ่มดีกรีความร้อนแรงให้กับสถานการณ์หนึ่งๆ(?) 

          ...อืมม = =;  งงหนักยิ่งกว่าเดิมซะอีก เปิดดิคเลยดีกว่า...
          
          พอเปิดแล้วกวาดตามองความหมายอันมากมายของคันจิทั้งสองตัวนี้ สายตาก็ป้าบเข้าให้ที่ความหมายอย่างหนึ่งเลย ...ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวจริงๆ แหม รู้งี้เปิดดิคซะตั้งแต่แรกก็ดี 555
        
        温かい -> 思いやりがある。いたわり(sympathy)の心がある  (มาจาก dictionary.goo.ne.jp ค่ะ)

         สรุปว่า คำว่าคนอบอุ่น คือ 温かい人 นั่นเองค่ะ...เห็นง่ายๆ เป็นคำเบสิคๆแบบนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะซับซ้อน แถมคนญี่ปุ่นก็ใช้ผิดกันเยอะขนาดนี้ นี่แหละน้าความงงของภาษาญี่ปุ่น =_=;;  แต่งงไว้ก็ไม่เสียหลายนะคะ เพราะความไม่รู้นี่แหละที่จะนำมนุษย์ไปสู่การค้นคว้าหาคำตอบ (พูดซะปรัชญาเชียว)  วันนี้ก็ต้องขอลาไปเพียงเท่านี้ ตอนหน้าพบกันใหม่ แล้วอย่าลืม เป็น 温かい人 ของคนรอบตัวนะคะ :D 



ⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷ






日本語の宇宙人 (ต่างด้าวบนดาวภาษาญี่ปุ่น)
เป็นบล็อกที่มีไว้เพื่อบันทึกประสบการณ์การใช้ภาษาญี่ปุ่น
โดยจะเน้นในเรื่องของการพูดและคำศัพท์
ถือเป็นงานส่วนหนึ่งในวิชา Applied Japanese Linguistic
ของนิสิตเอกวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

EP10: ท่านอาจารย์...ช่วยรับข้าเป็นศิษย์ล่วย! (ภาคต่อ)


EP10: ท่านอาจารย์...ช่วยรับข้าเป็นศิษย์ล่วย! (ภาคต่อ)


          ห่างหายจากการอัพบล็อกไปเกินครึ่งเดือน OTZ เพราะถึงจะหยุดนาน มีเวลาให้อัพเยอะ แต่ก็ไปเที่ยวเพลินเลย ขอยอมรับผิดมา ณ ที่นี้จริงๆ ต่อจากนี้จะพยายามอัพให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สัญญากับตัวเองเลย

          เอาล่ะ ตอนนี้เป็นตอนต่อจากตอนที่แล้ว เรื่องเขียนจดหมายขอฝากตัวเป็นศิษย์ มาดูกันว่าหลังจากที่แก้งานส่งไปให้อาจารย์ช่วยตรวจทานดูแล้ว ผลที่ได้จะเป็นยังไงกันบ้าง...

และนี่คืองานที่แก้ไป...

山内修二先生、

初めまして、ピッスィニーと申します。

先生のホームページに書いてあり、先生の個人レッスンについてお尋ねしたいと思います。
フラメンコ舞台の伴奏家のお亡くなりになった祖父のおかげで、私はフラメンコギターのレッスンを受け始めました。今まで5年ほどレッスンを受けてきました。将来、私は祖父のように偉いフラメンコ舞台の伴奏家になりたい夢を持っているので、ぜひ祖父が深い尊敬の念を抱いていた山内先生の弟子になりたいと思います。
お手数ですが、レッスンを受けさせていただけるかどうかお知らせていただけませんでしょうか。レッスンの日時・場所・月謝のような他の必要な情報も教えていただければ、本当にありがたいと思います。

お返事はお急ぎませんが、どうぞよろしくお願いいたします。

ピッスィニー・ピェングーリアム

ก่อนอื่นขออธิบายเวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่นี่ก่อน จะเห็นว่าเวอร์ชั่นแรก เราเล่าความเป็นมาของตัวเองเกี่ยวกับกีตาร์ฟลามิงโกเยอะมาก = =; ในเวอร์ชั่นใหม่นี้เลยตัดออกไปซะ แต่ก็ยังให้มีแทรกอยู่บ้างประปรายเพราะอยากให้ 山内修二先生 เห็นความตั้งใจจริงในการเรียนกีตาร์ของเรา

เรื่องการขึ้นต้นจดหมาย ฉบับก่อนเราขึ้นต้นว่า こんにちは。ピッスィニーです。ซึ่งได้มารู้เอาภายหลังในห้องเรียนว่า การขึ้นต้นด้วย こんにちは จะให้ความรู้สึกเป็นกันเอง สนิทสนมกับผู้รับจดหมาย ในที่นี้จึงไม่ควรใช้กับ 山内修二先生 ซึ่งเป็นอาจารย์และเป็นนักกีตาร์มีชื่อเสียงซึ่งไม่ได้รู้จักหรือสนิทกับเราเป็นการส่วนตัวมาก่อน  ส่วนการใช้ ピッスィニーです ถึงจะดูธรรมดาๆ ไม่น่าจะมีที่ผิดอะไร แต่ความจริงแล้ว การแนะนำตัวให้คนที่ไม่รู้จักฟังเป็นครั้งแรก ต้องใช้ と申します เพราะอีกฝ่ายไม่ได้รู้จักชื่อเรามาก่อน
แค่ขึ้นต้นก็ซับซ้อนแล้วเนอะ 55
ในส่วนของเนื้อความในจดหมายใหม่ เราพยายามถามเจาะรายละเอียด เช่น วันเวลา สถานที่ ค่าเรียน ฯลฯ เพราะอาจารย์ได้พูดถึงในห้องว่า การถามอีกฝ่ายว่า ช่วยกรุณาบอกรายละเอียดให้ที จะทำให้อีกฝ่ายงงได้ว่าต้องการมาก น้อย แค่ไหน ทางที่ดีควรเจาะจงถามเขาเป็นข้อๆเลย แล้วค่อยหยอดตบท้ายเอาทีหลังก็ได้ว่า มีเรื่องอะไรที่เราควรจะรู้อีกมั้ย? การทำแบบนี้นอกจากจะทำให้เราได้รู้คำตอบของคำถามทุกข้อที่เราสงสัยแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับอีกฝ่ายด้วย
เอาล่ะ ทีนี้มาดูตามแถบสีที่อาจารย์ขีดให้ดีกว่า ว่าต้องปรับปรุงอะไร ยังไงบ้าง
1. 書いてあり、先生の個人レッスン  แก้เป็น 書いてある個人レッスン เพราะใช้ 書いてある ขยายคำนาม คือ 個人レッスン 2.フラメンコ舞台の伴奏家のお亡くなりになった祖父のおかげで     อาจารย์แนะนำว่า การพูดแบบนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวเกินไป ควรใช้ 私の祖父はフラメンコギターの伴奏家で、そのおかげで จะเหมาะสมกว่า 3. 5年ほど     บอกว่า 年ほど前から เพื่อเจาะจงว่าเป็นเวลาห้าปีก่อนหน้านั้น 4. 偉い    แก้เป็น すばらしい...เอ๊ะ อันนี้งงจริงอะไรจริงว่าทำไมต้องแก้ 偉い ก็ถือเป็นคำชมที่ดีเหมือนกันไม่ใช่เหรอ...เอาล่ะสิเอเลี่ยนบังเกิดความสงสัย ไปค้นดูดีกว่า ค้นไปค้นมาโป๊ะเชะ เจอเว็บที่เอาทั้งสองคำนี้มาเทียบกันพอดี เว็บนี้เลย http://homepage3.nifty.com/recipe_okiba/nifongo/012.htm

えらい มีความหมาย 3 อย่าง ได้แก่
1.     人物の地位や評価が高い เช่น「えらい先生だ。」 2.     程度が大きい เช่น「えらい大きな声が聞こえる。」 3.     重大だ  เช่น「約束を忘れてえらいことになった。」
จะเห็นได้ว่า 偉い ใช้กับความหมายแบบกลางๆ คือบอกระดับ เช่นในข้อ 2 แถมยังใช้ในความหมายลบ อย่างในข้อ 3 ได้ด้วย ต่างจาก 偉い ที่เจอตามปรกติในห้องเรียนเลย

ส่วน すばらしい มีความหมาย 2 อย่าง คือ 1.     客観的に見て優れている เช่น「すばらしい論文だ。」 2.     主観的に見て好ましい เช่น「すばらしい景色だ。」

สรุปว่า すばらしい ใช้กับอะไรที่ยอดเยี่ยม น่าชื่นชมและนิยมชมชอบ จะเห็นได้ว่ามีแต่ความหมายในแง่บวกทั้งนั้น เพราะเหตุนี้ล่ะมั้ง การใช้ すばらしい ในบริบทเพื่อกล่าวชื่นชมคุณปู่และอยากเป็นให้ได้อย่างท่านบ้าง จึงมีความเหมาะสมกว่า หลายคนอาจรู้สึกว่า อ้าว แต่ความหมายอย่างแรกของ 偉い ก็น่าจะทำให้สามารถใช้ 偉いในกรณีนี้ได้ด้วยไม่ใช่เหรอ? ...อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเรานะ ว่า 偉い ในความหมายแรก มีคำว่า評価 อยู่ด้วย ก็เลยน่าจะเป็นความหมายของความยอดเยี่ยมในแง่ที่ว่า คนอื่นประเมินออกมาแล้วเห็นว่ายอดเยี่ยม ในขณะที่ すばらしい ไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เป็นความยอดเยี่ยมในตัวของมันเองโดยไม่มีใครมาประเมินค่า การที่เราบอกว่าอยากเป็นนักกีตาร์ที่ยอดเยี่ยม จึงเหมาะกับ すばらしい มากกว่าเพราะเรายังไม่ได้เป็นจริง ยังไม่ได้รับการประเมินค่าจากใคร



ก็ยังไม่รู้หรอกนะว่าจดหมายแก้ใหม่ฉบับนี้จะทำให้ 山内修二先生 ยอมรับเราเป็นศิษย์รึเปล่า แต่ตอนนี้...แค่สำนักวิชาทั้งหลายแหล่ที่ฝากตัวเป็นศิษย์อยู่ก็ทำให้ลมปราณแทบหมดแล้ว 555 เอาล่ะ บ่นไปก็เสียเวลา เอาเวลาไปฝึกวิชาลมปราณให้เก่งน่าจะมีประโยชน์กว่า สหายในยุทธภพเดียวกันทั้งหลาย มาสู้ไปด้วยกันนะ ไฮ่ย่าาา!!





ⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷ






日本語の宇宙人 (ต่างด้าวบนดาวภาษาญี่ปุ่น)
เป็นบล็อกที่มีไว้เพื่อบันทึกประสบการณ์การใช้ภาษาญี่ปุ่น
โดยจะเน้นในเรื่องของการพูดและคำศัพท์
ถือเป็นงานส่วนหนึ่งในวิชา Applied Japanese Linguistic
ของนิสิตเอกวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

EP09: ท่านอาจารย์...ช่วยรับข้าเป็นศิษย์ล่วย!


EP09: ท่านอาจารย์...ช่วยรับข้าเป็นศิษย์ล่วย!




คำถาม: เมื่อเสี่ยวลื่อยี้ต้องการฝึกวิชากำลังภายในจากสำนักหุงต้ม...เขาควรทำเยี่ยงไร?
คำตอบ: ส่งนกพิราบขาวไปหาท่านอาจารย์ประจำสำนัก...โดยผูกสาสน์ไว้ที่ขานกด้วย


คำถาม: แล้วเสี่ยวลื่อยี้ควรจะเขียนสาสน์นั้นเยี่ยงไร?
คำตอบ: ไว้มาดูกันจ้ะ


          5555 ไร้สาระมานาน ขอเข้าเรื่องสักทีนะขอรับ วันนี้มาธีมจีนกำลังภายใน...ซึ่งแทบจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ タスク ที่จะพูดถึงในวันนี้เลย...ก็แค่มีศิษย์อยากฝากตัวกับอาจารย์เหมือนกันก็เท่านั้น เลยเอามาใส่ไว้เฉยๆ เป็นสีสัน55

          เอาล่ะ  タスク อันเป็นเรื่องของการฝากตัวเป็นศิษย์ครั้งนี้ แม้ไม่ได้มีเนื้อหาแบบเช็คเทียนหรือบู๊ลิ้ม แต่ก็เก๋กู๊ดไม่แพ้กัน เพราะเป็นเรื่องของคนๆหนึ่งที่มีงานอดิเรกเป็นการเล่นกีต้าร์ฟลามิงโก ประกอบการเต้นฟลามิงโก และต้องการจะสมัครเรียนกับนักกีตาร์ฟลามิงโกระดับเทพ ในสวนสัตว์ที่มีแต่ฟลามิงโก...ไม่ใช่ละอันนี้...เอาเป็นว่า นักกีตาร์ท่านนั้นได้ประกาศไว้ในเว็บเพจว่ากำลังเปิดคอร์สติว เราต้องการทราบรายละเอียดเลยเขียนเมล์ส่งไป ประมาณนั้น  

          อาจารย์ให้ลองเขียนงานนี้ในห้องเลย และเราชาวมนุษย์ต่างดาวก็เขียนออกมาด้วยความเมามัน(เพราะการเขียนเป็นของชอบ)ดังนี้

山内修二様、

こんにちは。ピッスィニーです。

 15歳のクリスマスに、私は初めてフラメンコギターを存じました。それは、祖父が引いてくれたメロディーで、今まで祖父のやさしい指の動きもすばらしいギターのこともはっきり覚えております。一生の忘れられないことだと言っても過言ではありません。その時の感動をきっかけに、私はフラメンコギターのレッスンを受け始めました。今、5年間勉強しており、やっぱり苦労の時もありましたが、あの15歳のクリスマスの祖父の姿を思い出したら、もうー度立ち上がれました。

 将来、祖父のようにフラメンコ舞台の伴奏家として仕事をしたいと思っています。そのため、今一生懸命頑張っております。山内様は私の祖父のように、私にとって力になれてくださって、尊敬しているギタリストなので、山内様のホームページに「個人レッスンを引き受ける」と書いてあるのを拝見すれば、とても嬉しかったです。このような奇跡がもう二度と起こらないだろうと思いながら、このメールを書いております。レッスンについて詳しい情報を教えてくだされば、本当にありがたいと思います。

เราเข้าใจว่า อีเมล์ฉบับนี้ต้องการเน้นความรักและความประทับใจที่ตัวเรามีต่อกีตาร์ฟลามิงโก้ เพื่อที่จะทำให้ อ. เห็นความตั้งใจในตัวเราและรับเราเข้าเป็นศิษย์ เลยตัดสินใจร่ายยาวประวัติระหว่างเรากับกีตาร์ออกมาเป็นอย่างที่เห็นนี้

จุดอื่นที่ชอบ คือการใช้ภาษาสุภาพ ถ่อมตน เช่น 存じました、頑張っております、拝見すれば เป็นต้น นอกจากนี้ เราคิดว่าการใช้ประโยค 「レッスンについて詳しい情報を教えてくだされば、本当にありがたいと思います。」แสดงความอ่อนน้อมต่ออาจารย์ได้ดีมาก ถ้าเราเป็น 山内修二様 เราคงจะประทับใจในความรักและแรงบันดาลใจที่เด็กคนนี้มีต่อกีตาร์ฟลามิงโก รวมถึงความสุภาพอ่อนน้อมของเขา และตั้งใจว่าจะรับเขาเข้าเรียนแน่ๆ

ที่ว่ามาคือความรู้สึกส่วนตัวที่เรามีต่องานของตัวเองชิ้นนี้ พูดอีกอย่างหนึ่งคือ เราชอบและภูมิใจในงานชิ้นนี้ของตัวเองมาก แต่ ถ้าลองมองในสายตาของบุคคลที่สามดูล่ะ...

พอลองมองจากสายตาของบุคคลที่สาม เราคิดว่างานชิ้นนี้ ยาว และ เยอะ มาก มีแต่ความเวิ่นเว้อ ถ้าเราเป็น 山内修二様 เราคงแอบตกใจที่จู่ๆก็มีคนเขียนเมล์มาเล่าเรื่องปู่ดีดกีตาร์ฟลามิงโกให้ฟังในงานคริสต์มาส =_=; และคงจะแอบหวาดกลัวคนๆนั้นลึกๆ  นอกจากจะเล่าเรื่องปู่ซะย้าวยาว จู่ๆก็ตัดมาหา 山内修二様 แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยซะเฉยๆ แถมยังเอา 山内修二様 ไปเทียบว่ายิ่งใหญ่ เป็นพลังให้ผมได้เหมือนกับปู่อีก 山内修二様 เป็นนักกีตาร์ชื่อดัง ไม่ควรจะเอาไปเทียบแบบนั้น อีกอย่าง เขายังไม่ได้ตกลงเลยว่าจะ 力になる ให้เรามั้ย การพูดเหมาแบบนี้เลยคิดว่าอาจจะค่อนข้าง 失礼 ต่อ 山内修二様

และนี่คือ 感想 และ 内省 ที่มีต่องานชิ้นนี้ โดยส่วนมากจะเน้นไปที่เนื้อหา ยังไม่เจาะแกรมม่าซักเท่าไหร่ ไว้ตอนหน้าเราจะมาพูดถึงคอมเม้นต์จากสายตาบุคคลที่ 3 จริงๆ ซึ่งก็คือเพื่อนที่ได้อ่านงานชิ้นนี้ แล้วก็จะลองเจาะเรื่องแกรมม่าดู รวมถึงพูดเรื่องโครงสร้างที่ควรจะเป็นของจดหมายฝากตัวเป็นศิษย์ฉบับนี้ด้วย


วังนี้ก็ต้องขอจบลงเพียงเท่านี้นะขอรับท่างอาจารย์



ⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷ








日本語の宇宙人 (ต่างด้าวบนดาวภาษาญี่ปุ่น)
เป็นบล็อกที่มีไว้เพื่อบันทึกประสบการณ์การใช้ภาษาญี่ปุ่น
โดยจะเน้นในเรื่องของการพูดและคำศัพท์
ถือเป็นงานส่วนหนึ่งในวิชา Applied Japanese Linguistic
ของนิสิตเอกวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2556

EP08: เครื่องบินลำนั้นที่ฉันควรขึ้น...


EP08: เครื่องบินลำนั้นที่ฉันควรขึ้น...




มาต่อกันด้วยเรื่องถัดไปดีกว่า...ซึ่งถ้าตั้งชื่อเรื่องแบบละครไทยแล้ว ก็คงเป็นประมาณว่า “เครื่องบินลำนั้นที่ฉันควรขึ้น” หรือไม่ก็ “ปาฏิหาริย์” ถ้าเป็นชื่อแบบหนังฝรั่งก็คงจะเป็น “Final Destination”...เอิ่ม พล่ามอะไรของฉันอยู่เนี่ย =____=;  มาดูเรื่องคร่าวๆกันดีกว่าว่าเกี่ยวกับอะไร (และทำไมถึงเอาไปตั้งชื่อแบบนี้ได้ 555//ยังคงเล่นไม่เลิก)

เรื่อง “เครื่องบินลำนั้นที่ฉันควรขึ้น” เป็นเรื่องของสาวน้อยอาภัพ(?)ผู้หนึ่งซึ่งมีกำหนดจะขึ้นเครื่องบิน แต่ทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ ดันตกเครื่องไปเสียนี้ ทว่าในความโชคร้ายของเธอยังมีความโชคดีมากๆจนแทบเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ซุกซ่อนอยู่ เมื่อตอนเย็นถ้ากลับไปที่บ้านแล้วเปิดทีวีดูด้วยความเศร้าสร้อยเซื่องซึม เธอก็เห็นข่าวรายงานว่า...เครื่องบินลำที่เธอควรขึ้นตกทะเลไปแล้ว...!!! 

(โอ้วคุณพระคุณเจ้า...!!!)

ตื่นเต้นล่ะสิ...ตื่นเต้นใช่มั้ยล่ะ มาดูกันดีกว่าว่าพอกลายเป็นเวอร์ชั่นภาษาดาวญี่ปุ่นแล้ว จะเป็นยังไงบ้าง...


 私、イキリス行けなかったんだ。昨日、私は朝寝坊して、飛行機の出発時間に間に合わなかった。なんか、出発時間は午後三時で、私の起きた時間は午後二時半から、間に合わなかった。とても残念だったよ。でも、家に帰ると、テレビを見て、私が乗る予定がある飛行機落ちたニュースが放送していたんだ。このニュースを見て、もし自分がまだその飛行機にいたらどうなるか想像して涙が出ちゃった。その飛行機に乗らなくて良かった。


แท้นนนนนนนนน...จบกัน...จบเลย อรรถรสและรสชาติ (ฮ่าๆๆ)  ทีนี้มาดูกันดีกว่าคนอื่นเขาว่ายังไง...และเนื่องจากเอ็นทรี่ที่ผ่านๆมาได้เชิญคุณพอลมาให้คำแนะนำมาโดยตลอด คุณพอลบอกว่าเหนื่อยแล้ว ขอพักบ้าง ครั้งนี้เราเลยได้......มาริโอ้...มาริโอ้มาช่วย 内省ให้ค่ะ โอ้ววววววว!!! ปริ่มใจจริงๆ





" 「私、イキリス行けなかったんだ。」ขึ้นต้นมาก็ประหลาดแล้วนะครับ...เหมือนกับว่าต่อจากนี้เธอก็จะไปอังกฤษไม่ได้อีกเลยชั่วชีวิต ผมว่าตัดประโยคนี้ทิ้งไปดีกว่านะครับ ^^ ถ้าต้องการจะเล่าว่า เมื่อวานฉันไม่ได้ไปอังกฤษแล้ว ให้เพื่อนเข้าใจ บอกว่า 「昨日、イギリスに行く予定があるけど、行かなちゃった。」จะฟังดูเข้าใจง่ายกว่านะครับ แถมยังทำให้เกิดความอยากรู้ต่อไปด้วยว่าทำไม ^^

「私の起きた時間は午後二時半から」เป็นเรื่องในอดีต เลยใช้ だったครับ

「なんか、出発時間は午後三時で、私の起きた時間は午後二時半だから間に合わなかった。ประโยคก่อนหน้าคุณก็พูดคำว่า 間に合わなかった ไปแล้ว มาพูดตรงนี้อีกมันดูซ้ำซ้อน แก้ประโยคไปเลย เป็น 「なぜかというと、出発時間は午後三時なのに、私の起きた時間は午後二時半だからだ。」น่าจะดีกว่า

「家に帰ると、テレビを見て・・・」ไวยากรณ์ สิ่งที่ตามมาข้างหลังจะเป็นการกระทำที่เราตั้งใจไม่ได้นะครับ

「私が乗る予定がある飛行機落ちたニュースが放送していたんだ。」「私が乗る予定があった飛行機落ちたニュースが放送されていたんだ。」
อ้อ...ขอเสริมหน่อยนะครับ คำว่าเครื่องบินตก มีศัพท์ว่า 飛行機が墜落した นะครับ ใช้แบบนี้ดูดีกว่านะ ^^

「その飛行機にいたらどうなる・・・」พูดว่า 乗っていたら จะดีกว่าไหมครับ?

「想像して涙が出ちゃった」「想像すると涙が出ちゃった」


โดยภาพรวมก็ยังงงๆอยู่นะครับ แถมยังเล่าคร่าวๆแบบแทบจะไม่เห็นภาพอะไรเลยด้วย ครั้งหน้าปรับปรุงด้วยนะครับ อ้อ แต่ก็ยังมีจุดที่โอเคอยู่บ้าง เช่นการบอกว่า “พอลองนึกภาพว่าตัวเองยังอยู่ในเครื่องบินลำน้ำ น้ำตาก็ไหลออกมาเลย” เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ความตกใจได้ดี แล้วการบอกปิดท้ายว่า その飛行機に乗らなくて良かった。ก็เป็นการสรุปเรื่องทั้งหมดได้ดี ประมาณว่า ทั้งหมดที่เล่ามาเนี้ย...คือจะเล่าว่าดีแล้วที่ไม่ขึ้นเครื่องบินลำนั้น ว่างั้นเถอะ ^^"



ⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷ








日本語の宇宙人 (ต่างด้าวบนดาวภาษาญี่ปุ่น)
เป็นบล็อกที่มีไว้เพื่อบันทึกประสบการณ์การใช้ภาษาญี่ปุ่น
โดยจะเน้นในเรื่องของการพูดและคำศัพท์
ถือเป็นงานส่วนหนึ่งในวิชา Applied Japanese Linguistic
ของนิสิตเอกวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


EP07: อยากตลกต้องทำยังไง


EP06: อยากตลกต้องทำยังไง




ก่อนจะเขียนเอ็นทรี่นี้...ก่อนอื่นต้องขอตะโกน ดัง ดัง ว่า


“สอบเสร็จแล้วเว้ยยยยยยยยยยยย!!! >________________<


อ้ากกกกกกกกกกก อยากจะกรีดร้องเป็นภาษาฮินดูอารบิค ไม่เคยโล่งและดีใจขนาดนี้มาก่อนตั้งแต่เปิดเทอม

...ฉันผ่านไปอีกสเต็ปแล้วสินะ อีกไม่นานก็จะจบปีสามที่แสนจะทรมานนี้แล้วก็กลับไปใช้ชีวิตเอเลี่ยนแบบธรรมดาๆที่อยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องมานั่งทำการบ้านจนดึกดื่นทุกวันแบบนี้

(...รึเปล่า?555 เอาเถอะ คิดในแง่บวกไว้ก่อนก็แล้วกันนะ)

เอาล่ะ วันนี้เราชาวเอเลี่ยนจะมาเล่าเรื่อง タスクครั้งที่ 3 ซึ่งควรจะอัพตั้งแต่ปีมะวู้ว (= ขั้นกว่าของปีมะโว้) แต่เนื่องจากติดสอบและรายงานและสอบและรายงาน =_=; เลยทำให้ไม่ได้มาเล่าซะที งานชิ้นนี้ยังคงเป็นการพูดที่เราสุดแสนจะเป๋อเล๋อเหมือนเคย สิ่งที่ต้องทำก็คือเล่าเรื่องสองเรื่องให้เพื่อนฟัง เรื่องแรกไม่เท่าไหร่...เพราะเป็นการเล่าเรื่องในอดีตโดยโฟกัสว่า...ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ จะเกิดผลแบบนี้ขึ้นนะ...อะไรประมาณนั้น ยังถือว่าเป็นการเล่าเรื่องแบบสามัญธรรมดาสำหรับเราอยู่ แต่อีกเรื่องนี่สิ...เหนือชั้นกว่านั้นมาก...เพราะเรื่องที่ต้องเล่า...

มันเป็นเรื่องตลก...=__________=;

ตอนเห็นโจทย์แล้วตลกไม่ออกเลย แฮะๆ ในหัวได้แต่คิดว่า ให้เล่าเรื่องตลกเป็นภาษาดาวญี่ปุ่นเนี่ยนะ?? พูดปรกติก็จะไม่รอดอยู่แล้ว แล้วยังต้องทำให้มันตลกอีกเร้ออ OTZ  ยากค่ะ ยากมากๆ นี่ถ้าเป็นภาษาไทยนะ ฉันไฟท์ถึงไหนถึงกันอยู่แล้ว มีลูกเล่นอะไรก็จะจัดไปให้หมดแม็กซ์ แต่นี่เป็นภาษาของดาวญี่ปุ่น...ดาวที่เอเลี่ยนอย่างเรามาพักพิงอาศัยในช่วงเวลาไม่นานและยังไม่ชิน...อย่าคาดหวังเลยว่าจะมีกลเม็ดเคล็ดลับอะไรแอบซ่อนไว้ ทุกอย่างภายในของเราช่างกลวงและว่างเปล่า 555

เอ้า หยุดบ่นแล้วมาดูกันดีกว่าว่าเราเล่ามั่วออกไปยังไงบ้าง


 とてもショックなことがあったんだ。なんか、彼氏とショッピングしている間、私が財布を落とした。で、彼氏はやさしそうに拾ってあげたんだけど、彼は私の昔の写真を見ちゃったんだ。あの時、私の肌は黒くて鼻も像みたいに長かった。私は泣きたいくらい恥ずかしかった。で、彼氏に「その人誰?」と聞かれた。始めは、うそをしたかったんだけど、結局事実を伝えなければならないから、心決めて彼に事実を伝えた。それを聞いて、彼はただ私に微笑んだ。私は、「えっ、彼は私のことを受け止めたの!?」と思ってすごく嬉しかったけど、彼は「私もいいたいことがある」と私に言った。私は「何何!?」と聞いて、彼は突然自分の髪を拾って、自分のハゲを表してしまった。私はとてもびっくりした。実は、彼の美しさは全部鬘からのだろう。


เรื่องคร่าวๆเป็นเรื่องของหนุ่มสาวคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน ฝ่ายหญิงสวยเช้งเพราะไปทำศัลยกรรมมาแต่ฝ่ายชายไม่รู้เรื่อง วันหนึ่งฝ่ายชายบังเอิญเจอรูปสมัยเด็กของฝ่ายหญิง เลยทำให้ได้รู้ความจริง ฝ่ายหญิงตกกะใจมากกลัวฝ่ายชายขอเลิก แต่ปรากฏว่าฝ่ายชายกลับรับได้ ดูเหมือนจะเป็นคนใจดีนะ แต่ความจริงแล้วเป็นเพราะฝ่ายชายก็มีเรื่องที่ปิดเป็นความลับจากฝ่ายหญิงอยู่เหมือนกัน นั่นก็คือความจริงแล้วเขาเป็นคนหัวล้าน...แล้วที่เห็นผมพลิ้วๆดูงามสลวยสวยนุ่มเนี่ย...วิกทั้งนั้น =_=;

เรื่องราวก็ประมาณนี้แหละ...เอาละ เรามาซัมมอนคุณพอลให้ช่วยวิจารณ์ดีกว่า

(ปล. อาจารย์คะ...ถ้าอาจารย์อ่านอยู่ หนูขออธิบายเพิ่มจากในห้องที่อาจารย์เคยถามหนูนะคะ555 คือพอลเป็นตัวละครสมมติที่ตั้งขึ้นเพื่อที่จะให้ช่วย 内省 ได้ง่ายยิ่งขึ้นเพราะอาจารย์เคยบอกไว้ว่า การ 内省ที่ดีควรจะมองตัวเองจากสายตาของบุคคลที่สามและค่อยวิจารณ์ หนูเคยพยายามฝึกทำตามอย่างที่อาจารย์บอก...มองตัวเองจากสายตาบุคคลที่สามแล้ว แต่สุดท้ายก็ลงเอยกลับมาคิดแบบเป็นตัวเองอยู่ดี เลยจัดการตั้งตัวละครใหม่ขึ้นมาซะเลย ทำให้ดูเหมือนมีบุคคลที่ 3 มาคอยช่วยวิจารณ์จริงๆ แล้วก็ทำให้ไม่เปลี่ยนโหมดกลับมาคิดในแบบของตัวเองเหมือนอย่างในตอนแรกด้วย...ประมาณนี้แหละค่ะ แฮะๆ)



(あ、ポルさん。また!?)


"ก่อนอื่นต้องขอขำก่อน...ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เพราะว่ามัน...ไม่ตลกเลย =____=; เอาละ จะว่ายังไงดีล่ะ ตั้งแต่เริ่มต้นว่า 「とてもショックなことがあったんだ。」มันก็ไม่ตลกแล้ว เพราะว่าอะไร...เพราะว่าการเล่าเรื่องตลกมันต้องสร้างสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดคาดฝันให้กับคนฟังไง นี่เล่นแบไต๋ให้เค้ารู้ตั้งแต่แรก คนฟังเค้าก็เดาได้น่ะสิว่าต่อไปต้องมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เปลี่ยนกลวิธีเล่าเรื่องซะใหม่นะแม่คุณ

「彼氏はやさしそうに拾ってあげたんだけど」 -> ตั้งใจจะบอกว่าเก็บกระเป๋าสตางค์ให้อย่างใจดีใช่มั้ย? ถ้าใช้ やさしそうにจะแปลว่า “ดูเหมือนจะใจดี” ซึ่งในบริบทนี้มันจะดูแปลกๆไปหน่อย ใช้ว่า 彼は優しい人ですから、財布を・・・」น่าจะดีกว่า ส่วน てあげるเปลี่ยนเป็น てくれる เพราะเป็นการกระทำที่เขาทำให้เรา

「あの時、私の肌は黒くて鼻もみたいに長かった」 -> 私の肌は黒いし、鼻もみたいに長かった。ใช้คันจิผิดตัว

「えっ、彼は私のことを受け止めたの!?」 -> ใช้ศัพท์ผิดตัว ต้องเป็น 受け入れる และที่สำคัญอย่าลืมเติม てくれる เป็น 受け入れてくれる เพื่อแสดงให้เห็นความรู้สึกขอบคุณที่เขารับเรื่องในอดีตของเราได้

「彼は突然自分の髪を拾って・・・」 -> เปลี่ยนเป็น拾い上げるหรือ取り上げる เพื่อแสดงความหมายว่า “ดึง/ยกขึ้น”

自分のハゲを表してしまった-> 自分のハゲを私に見せてしまいました。

実は、彼の美しさは全部鬘からのだろう。」-> ผมเข้าใจว่าคุณต้องการจะสื่อว่า “ความจริงที่เห็นว่าหล่อเป็นเพราะวิกทั้งนั้นเลยสินะ” ใช้แบบนี้มันงงนะ ถ้าใช้ว่า 彼はハンサムである理由は、鬘をかけているからだろう。จะเข้าใจง่ายกว่า

สรุปว่า タスクนี้ไม่ผ่านทั้งการใช้ภาษาและโครงสร้างการเล่าเรื่อง 555 ไม่เป็นไรนะ พยายามใหม่ ศึกษาเอาจากของชาวดาวภาษาญี่ปุ่นก็ได้ เท่าที่เห็นเขามีการเล่าเรื่องโดยขึ้นต้นแบบธรรมดาๆ เช่น "นี่เธอ...จำเพื่อนคนนั้นได้รึเปล่า คนที่สวยๆแต่ที่จริงแล้วไปทำศัลยกรรมมาน่ะ..." แล้วก็มีการแทรกการสื่อสารกับผู้ฟังเป็นระยะๆทำให้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนถูกกระตุ้นให้อยากรู้ตลอดเวลา แถมยังเล่าแบบละเอียดยิบมาก เช่น "ปรกติเพื่อนคนนั้นจะทำความสะอาดห้องนะแต่วันนั้นแฟนมากะทันหันเลยไม่ได้ทำอะไร ระหว่างที่รีบเก็บกวาดข้าวของแฟนก็บังเอิญเหลือบไปเห็นอัลบั้มที่วางอยู่บนโต๊ะเข้า พอหยิบขึ้นมาเปิดดูเท่านั้นแหละ เธอเอ๋ย...” อะไรประมาณนี้

ในด้านการใช้ภาษา มีการใช้สำนวนอย่างคำว่า “เป็นคู่ที่สมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก” ฯลฯ การใช้สำนวนพวกนี้จะทำให้เห็นภาพในเรื่องได้ชัดเจนแล้วก็มีสีสันยิ่งขึ้น



ถ้าอยาก(เล่าเรื่องแล้ว)ตลก ก็ควรทำแบบนี้แหละนะ."



ⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷ








日本語の宇宙人 (ต่างด้าวบนดาวภาษาญี่ปุ่น)
เป็นบล็อกที่มีไว้เพื่อบันทึกประสบการณ์การใช้ภาษาญี่ปุ่น
โดยจะเน้นในเรื่องของการพูดและคำศัพท์
ถือเป็นงานส่วนหนึ่งในวิชา Applied Japanese Linguistic
ของนิสิตเอกวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

บทคั่น: タスク2 目に浮かぶ描写 書き直し


จากฉบับเก่าที่โดนคุณพอลจวกยับไปเมื่อตอนที่แล้ว...


あのね、昨日は、私は、えーと、ホテルで恋人に会いました。恋人を待っている間は、私は、えーと、二人の男の人が見えました。えーと、一人は、えーと、なんか、メガネをかけているおじいさんで新聞を読んでいました。もう一人は、なんか、かっこよくないサラリーマンみたいな人でした。で、あの二人はなんか知り合いじゃないと思います。なぜかというと、二人はなんか別々・・・座っていました。でもね、えーと・・・で、ある外国人が、えーと、地図を持って、えーと、ホテルに歩い・・・入っていました。その外国人はなんか道を聞く・・・誰かに道を聞いたみたいに、えーと、周りを、あ!、見回りました。そして、彼はサラリーマンになんか目を合わせました。で、彼は、えーと、喜んだ顔で・・・そのサラリーマンに歩いていました。なんか、このサラリーマンは助けられると思ったみたいな・・・。でも、面白かったのは、えーと、そのサラリーマンは外国人を見たとたん、彼はなんか、えーと、新聞を読んでいるおじいさんに突然いっしょに座って、おじいちゃんといっしょに新聞を読んでいるふりをしていた。


กลับกลายมาเป็นฉบับใหม่ที่สมบูรณ์ฉบับนี้ค่า...!!! (สมบูรณ์จริงรึเปล่าก็ไม่รู้ ต้องลองให้คนอื่นช่วยดูอีกที แต่ถ้าถามตัวเอง คิดว่าพอใจแล้วนะ ฮ่าๆ)


ホテルのロビーで、ある男の人がソファーに座っていました。彼はちゃんとしたスーツを着ているし、ネクタイも着けているから、ビジネスマンかもしれないと判断できます。同じソファーには、新聞を広げて読んでいる、メガネをかけたおじさんも座っていました。二人の彼は別々座っていたので、知り合いではないと思われます。ビジネスマンがつまらなそうな顔で見回していると、ふと柱を背にしている外国人のおじさんと目が合ってしまいました。彼はカメラを首からぶらさげて地図を両手で持っているから、どうやら誰かに道を尋ねようとしている観光客のようです。観光客は「助かった!」というような嬉しそうな顔でビジネスマンに歩み寄ってくると同時に、ビジネスマンは「しまった!!」と思って不安な汗が流れ出てしまいました。なぜビジネスマンがこうなったというと、外国語に自信がないかもしれないからです。観光客を避けるために、ビジネスマンは突拍子もない行動をしてしまいました。それは、彼は突然同じソファーに座っているおじさんと新聞をいっしょに読んでいるふりをしてしまったのです。観光客は何をしたらいいか分からなくて、ただ立ち尽くしていました


*สีเหลือง คือ จุดที่ตัวเองคิดว่าดีค่ะ
*สีแดง คือ สำนวนที่ได้มาจากการเขียนของคนญี่ปุ่น ที่ อ. นำมาให้อ่าน


พอได้มีเวลาค่อยๆใช้ความคิด ค่อยๆเขียน ไม่เหมือนครั้งก่อนที่ต้องพูดออกมาเลย ก็ช่วยทำให้เรียบเรียงประโยคได้รู้เรื่องขึ้น และสังเกตเห็นจุดที่บรรยายข้ามไป หรือบรรยายไม่ละเอียดตอนที่พูด
ก่อนอื่น เริ่มจาก 「彼はちゃんとしたスーツを着ているし、ネクタイも着けているから、ビジネスマンかもしれないと判断できます」ค่ะ จะเห็นว่าตอนแรกเราพูดแค่ 「サラリーマンみたいな人」โดยไม่ได้มีหลักฐานมาก่อนเลยว่าทำไมถึงมีความคิดแบบนั้น ในฉบับแก้จึงใส่หลักฐานเข้ามาเพิ่ม แล้วค่อยตบท้ายว่า “จึงสามารถสันนิษฐานได้ว่าเขาเป็นพนักงานเงินเดือน” ทำให้เห็นภาพชัดเจนแล้วก็ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

จุดต่อไปคือ  新聞を広げて読んでいる ค่ะ อันนี้ลอกเลียนแบบมาจากฉบับของคนญี่ปุ่นเลย ฮ่าๆ  ความจริงก็ไม่ได้เป็นประโยคหรือศัพท์ที่ซับซ้อนอะไร แต่ตอนแรกเราใช้ว่า新聞を読んでいました เท่านั้นค่ะ ซึ่งให้ความรู้สึกว่าเป็นการอ่านหนังสือพิมพ์แบบธรรมดาๆ แต่พอเติม 広げてเข้ามาก็ทำให้เห็นภาพเลยว่าผู้ชายแก่เนี่ยกำลัง “กาง” หนังสือพิมพ์อ่าน “กว้างๆ” ให้ภาพว่าสามารถให้ผู้ชายอีกคนเข้าไปหลบหลังหนังสือพิมพ์ได้ ซึ่งจะเป็นการปูเรื่องไปสู่เหตุการณ์ในตอนจบได้ง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

「知り合いではないと思われます」ประโยคนี้ใส่มาตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ภูมิใจ (อุอิ) แต่ได้เอามาปรับไวยากรณ์ให้ดูดีขึ้นในฉบับแก้ ที่ใส่มาเพราะต้องการจะเน้นว่าการกระทำของพนักงานเงินเดือนที่เข้าไปหลบหลังหนังสือพิมพ์แล้วแกล้งทำเป็นอ่านไปด้วยเนี่ย มันยิ่งน่าอายหนักเพราะไม่ได้รู้จักกับคนที่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่ด้วยเลย ซึ่งถ้าทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อนแล้ว การกระทำของพนักงานเงินเดือนอาจไม่ตลกและมีสีสันมากเท่านี้

「ふと」กับ「柱を背にしている外国人」เอามาจากฉบับของคนญี่ปุ่นอีกเช่นเคย ふとแปลว่า โดยไม่คาดคิด โดยไม่คาดฝัน เมื่อใส่เข้ามาจะช่วยให้เรื่องมีรสชาติ ตื่นเต้นขึ้นว่า เฮ้ย กำลังมองรอบๆอยู่ดีๆ จู่ๆสบตาชาวต่างชาติที่ดูท่าจะเข้ามาขอความช่วยเหลือเข้าจังหนักเลย ซวยแล้วตู! อะไรประมาณนี้ ส่วน柱を背にしている外国人 แปลว่าชาวต่างชาติที่เอาหลังพิงเสา(ในล็อบบี้โรงแรม)อยู่ เป็นการเพิ่มความละเอียดให้กับการบรรยายมากยิ่งขึ้น

「目が合ってしまいました」คือการสบตาแบบไม่ได้ตั้งใจค่ะ ก่อนหน้านี้เราใช้ว่า 「目を合わせました」ซึ่งจะแปลว่า สบตากันแบบจงใจ นำมาใช้ในบริบทของเรื่องนี้ไม่ได้

 「カメラを首からぶらさげて」ได้มาจากฉบับของคนญี่ปุ่น แปลว่าห้อยกล้องไว้ที่คอ เมื่อใส่รายละเอียดตรงจุดนี้เข้ามาจะช่วยทำให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่าผู้ชายคนที่ต้องการขอความช่วยเหลือเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ

「どうやら誰かに道を尋ねようとしている観光客のようです」แปลว่า ดูเหมือนว่า... เป็นการคาดเดาค่ะ ปรกติใช้แต่ ようです อย่างเดียว ไม่เคยรู้เลยว่ามันมักจะมากันเป็นเซ็ทกับ どうやら 55

「助かった!」 ใส่เข้ามาเพื่อเพิ่มสีสันของเรื่องให้ดูตื่นเต้นเมามันมากยิ่งขึ้นเฉยๆ (ไม่รู้ว่าได้ผลรึเปล่า) และจะได้ล้อกันกับพนักงานเงินเดือนที่คิดในใจว่า 「しまった!!」

「歩み寄ってくると同時に」แปลว่า ในขณะเดียวกันกับที่เดินเข้ามาใกล้...ไม่ใช้ประโยคแปลกใหม่อะไรซักเท่าไหร่แต่ก็ไม่เคยใช้ได้แบบนี้ ฮ่าๆ ใช้แต่ 近寄るเพียวๆมาตลอด ที่น่าตื่นตกใจอีกอย่างหนึ่งคือ คำนี้อ่านว่า あゆみよる ค่ะ!! แหม่ เคยเห็นแต่ 歩く (あるく)พอมาเจอตัวที่ห้อย み ลงท้ายก็เงิบเลย...พยายามหาคำอ่านอยู่ตั้งนาน

「外国語に自信がない」 เพิ่งรู้ว่าใช้คำช่วย に ฮ่าๆ

「突拍子もない行動」  ชอบคำนี้มาก ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แปลว่าการกระทำบ้าบออะไรเทือกนี้ ได้มาจากฉบับของคนญี่ปุ่น

「立ち尽くしていました」คำนี้แปลว่ายืนนิ่งอยู่กับที่ค่ะ (หรือถ้าจะแปลในบริบทนี้ก็คือ ยืนเงิบ...ไปต่อไม่ถูกเลย อะไรประมาณนั้น 55) เพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรกจากการทำ タスク นี้เช่นเดียวกับคำอื่นๆ และคิดว่าเป็นคำที่น่าจะได้ใช้อีกบ่อยๆ

เป็นยังไงบ้างคะ ฉบับแก้ใหม่ของเรา...ถูกใจคุณพอลหรือยัง? (ฮา) เอาเถอะ จะถูกใจหรือไม่อย่างไร ก็ต้องบอกว่าการทำ タスク ครั้งนี้ได้ความรู้เยอะสุดๆเลย ปรกติพยายามจะฝึกฝนการเขียนบรรยายสิ่งต่างๆอยู่แล้วเพราะไม่ค่อยถนัด ซึ่งจากการทำ  タスク ครั้งนี้ ทำให้ได้รู้จักคิดว่าจะต้องบรรยายอย่างไร ผู้ฟังถึงจะเกิดอาการ 目に浮かぶ描写 ขึ้นมาได้

นอกจากนี้ แน่นอนว่าทำให้ได้รู้จักศัพท์ใหม่ๆ หรือวิธีการใช้ศัพท์เก่าที่เคยรู้จักในรูปแบบใหม่ตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งถ้าจะเจาะจงตามหัวข้อที่เราตั้งใจจะศึกษา คือ コロケーション แล้ว コロケーション ใหม่ๆที่ได้เรียนรู้ก็เช่น  柱を背にする 、目が合う、どうやら・・・よう และ突拍子もない行動

ครั้งหน้าจะเอา タスク ครั้งใหม่ที่ยากอีกแล้ว (ฮืออ) มาเล่าค่ะ แต่อาจจะทิ้งช่วงไปสักเดี๋ยวเพราะต้องทำรายงานอันหฤโหดและมีสอบ T______________T ไว้เจอกันนะคะ




ⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷⱷ








日本語の宇宙人 (ต่างด้าวบนดาวภาษาญี่ปุ่น)
เป็นบล็อกที่มีไว้เพื่อบันทึกประสบการณ์การใช้ภาษาญี่ปุ่น
โดยจะเน้นในเรื่องของการพูดและคำศัพท์
ถือเป็นงานส่วนหนึ่งในวิชา Applied Japanese Linguistic
ของนิสิตเอกวิชาภาษาญี่ปุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย